คาด! ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยปี 2569 แตะ 3 พันล้านดอลลาร์ TTB Analytics ชี้ยุโรปโตแรง ขณะสหรัฐฯ เริ่มชะลอ

0

ตลาดส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยยังเดินหน้าต่อได้แม้จะเริ่มชะลอตัวจากปีก่อน ttb analytics ประเมินตัวเลขปี 2569 ไว้ที่ราว 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมวิเคราะห์ภาพรายตลาดที่ทาสแมวและคนรักสัตว์เลี้ยงควรรู้ เพราะทิศทางของอุตสาหกรรมนี้สะท้อนถึงความต้องการอาหารคุณภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงในระดับโลกโดยตรง

ttb analytics ประเมินภาพรวมการส่งออกปี 2569

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี คาดการณ์ว่ามูลค่าส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยในปี 2569 จะเติบโตที่ 5-6% อยู่ที่ระดับ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งชะลอตัวลงจากปี 2568 ที่เติบโต 8.1% บนมูลค่า 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ย้อนกลับไปในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดนี้เติบโตเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 13.1% และมูลค่าส่งออกปัจจุบันคิดเป็น 2 เท่าของช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 แรงขับเคลื่อนหลักมาจากเทรนด์การดูแลสัตว์เลี้ยงเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่ขยายตัวทั่วโลก ส่งผลให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงให้ความสำคัญกับคุณภาพโภชนาการและยินดีจ่ายสำหรับอาหารพรีเมียมมากขึ้น

เจาะรายตลาดของการส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงของไทยไป สหรัฐฯ ยุโรป และเอเชีย

📊 สรุปภาพรวมตลาดส่งออกสำคัญ (ปี 2568 – 2569)

🇺🇸 สหรัฐอเมริกา (อันดับ 1)

สัดส่วนปี 2568 (มูลค่า > 1 พันล้าน USD)
35.6%
  • ปี 2568: เติบโต 18.6% (เร่งนำเข้าก่อนมาตรการภาษี)
  • ปี 2569 (คาดการณ์): โตเพียง 4-5%
  • ปัจจัยกดดัน: ผลกระทบจาก Reciprocal Tariffs เต็มปี และคู่แข่งจากผู้ผลิตในประเทศ/เม็กซิโก

🌏 เอเชีย (ตลาดใหญ่สุด)

สัดส่วนปี 2568 (มูลค่า 1.1 พันล้าน USD)
37.0%
  • ปี 2568: หดตัว -0.9%
  • ปัจจัยกดดัน: กลุ่มอาเซียนหดตัว (ฟิลิปปินส์ -0.7%, มาเลเซีย -2.0%, อินโดนีเซีย -14.9%)
  • ปี 2569 (คาดการณ์): ฟื้นตัวโต 4-5% จากข้อได้เปรียบด้านระยะเวลาขนส่ง

🇪🇺 ยุโรป (ดาวเด่น ✨)

สัดส่วนปี 2568
17.0%
  • ปี 2568: เติบโตโดดเด่น 11.4%
  • ปี 2569 (คาดการณ์): ขยายตัวต่อเนื่อง 9-10%
  • ประเทศเติบโตสูง: อิตาลี (+6%), เยอรมนี (+16.8%), สหราชอาณาจักร (+16.8%), เบลเยียม (+17.9%)
  • 💡 Insight: สหราชอาณาจักรน่าจับตามองมาก มีสุนัขสูงสุดถึง 12 ล้านตัว

ตลาดสหรัฐอเมริกา ยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย คิดเป็นสัดส่วน 35.6% ของมูลค่าส่งออกรวม หรือมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 โดยเติบโตสูงถึง 18.6% จากการเร่งนำเข้าก่อนมาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม ปี 2569 คาดว่าจะเติบโตได้เพียง 4-5% จากแรงกดดันของ Reciprocal Tariffs เต็มปี และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากผู้ผลิตในประเทศและคู่แข่งจากเม็กซิโก

ตลาดเอเชีย เคยมีสัดส่วนเกือบครึ่งของมูลค่าส่งออกทั้งหมด แต่ในปี 2568 ลดลงเหลือ 37% หรือ 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และหดตัว 0.9% โดยได้รับแรงกดดันจากกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ที่หดตัว 0.7%, 2.0% และ 14.9% ตามลำดับ ปี 2569 คาดว่าตลาดนี้จะฟื้นตัวกลับมาขยายตัว 4-5% จากข้อได้เปรียบด้านระยะขนส่ง

ตลาดยุโรป ถือเป็นดาวเด่นของปีนี้ แม้ปัจจุบันมีสัดส่วนเพียง 17% ของมูลค่าส่งออกรวม แต่ในปี 2568 เติบโตโดดเด่นถึง 11.4% และปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องที่ 9-10% โดยตลาดสำคัญในภูมิภาคนี้ ได้แก่ อิตาลี เยอรมนี สหราชอาณาจักร และเบลเยียม เติบโต 6.0%, 16.8%, 16.8% และ 17.9% ตามลำดับในปีที่ผ่านมา สหราชอาณาจักรยังมีจำนวนสุนัขสูงสุดในยุโรปถึง 12 ล้านตัว จึงเป็นตลาดที่น่าจับตามอง

จุดแข็งของไทยในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมโลก

ไทยครองตำแหน่ง ผู้ส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงอันดับ 2 ของโลก โดยราคาส่งออกอาหารสัตว์เลี้ยงไทยสูงกว่าคู่แข่งเฉลี่ย 24% จากความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปโปรตีนคุณภาพสูง ทั้งเนื้อไก่และปลา พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับสากล GMP และ HACCP ที่ได้รับการยอมรับในตลาดสหรัฐฯ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น

ในระดับโลก ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 7.4% ต่อเนื่องยาวถึงปี 2575 โดยมีมูลค่าตลาดรวมราว 80.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของ Statistics MRC


ข้อมูลอ้างอิงจาก: ธนาคารทหารไทยธนชาต / ไทยพีอาร์ดอทเน็ต — https://www.thaipr.net/finance/3694975