จดทะเบียนสุนัขและแมว เริ่มมกรา 2569 คนเลี้ยงสัตว์ในกรุงเทพฯ ต้องเตรียมตัวอย่างไร?

0

นับเป็นเรื่องสำคัญที่ชาวกรุงเทพมหานครต้องตื่นตัว เมื่อราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. 2567 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการเมื่อพ้นกำหนด 360 วันนับแต่วันประกาศ (ประกาศเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568) หรือตรงกับวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569

กฎหมายฉบับนี้ออกมาเพื่อจัดระเบียบการเลี้ยงสัตว์ในเมืองหลวง ลดปัญหาความเดือดร้อนรำคาญ และยกระดับสวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยง โดยมีข้อกำหนดที่ชัดเจนทั้งเรื่องจำนวนสัตว์เลี้ยง การจดทะเบียน และบทบาทหน้าที่ของผู้เลี้ยงที่เข้มงวดขึ้น SNAPPETHUB สรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานครต้องรู้มาให้แล้วครับ

จำกัดจำนวนสัตว์เลี้ยงตามขนาดพื้นที่พักอาศัย

หนึ่งในสาระสำคัญที่สุดของข้อบัญญัตินี้คือการกำหนด “โควตา” หรือจำนวนสุนัขและแมวที่สามารถเลี้ยงได้ โดยคำนวณจากขนาดพื้นที่ของที่อยู่อาศัย เพื่อป้องกันความแออัดและปัญหาสุขภาพของสัตว์ ดังนี้

กรณีอาศัยในอาคารชุด หรือห้องเช่า (คอนโดมิเนียม/อพาร์ตเมนต์)

  • พื้นที่ 20 – 80 ตารางเมตร: เลี้ยงได้ไม่เกิน 1 ตัว
  • พื้นที่ 80 ตารางเมตรขึ้นไป: เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว

กรณีอาศัยในบ้านพักอาศัย (ที่ดิน)

  • ที่ดินไม่เกิน 20 ตารางวา: เลี้ยงได้ไม่เกิน 2 ตัว
  • ที่ดิน 20 – 50 ตารางวา: เลี้ยงได้ไม่เกิน 3 ตัว
  • ที่ดิน 50 – 100 ตารางวา: เลี้ยงได้ไม่เกิน 4 ตัว
  • ที่ดิน 100 ตารางวาขึ้นไป: เลี้ยงได้ไม่เกิน 6 ตัว

ขั้นตอนการจดทะเบียนสุนัขและแมว ที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องรู้

ตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ กำหนดให้เจ้าของมีหน้าที่ต้องนำสุนัขและแมวไปจดทะเบียนเพื่อทำบัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง โดยมีเงื่อนไขเรื่องเวลาที่ชัดเจน คือ ภายใน 120 วันนับแต่วันที่น้องเกิด หรือ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่นำน้องเข้ามาเลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานคร

เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมตัวได้ถูกต้อง เราสรุปขั้นตอนปฏิบัติออกมาเป็น 3 ขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ครับ

ขั้นตอนที่ 1: การฝังไมโครชิป (Microchip)

ก่อนจะไปจดทะเบียน น้องหมาน้องแมวต้องได้รับการฝังไมโครชิปเพื่อระบุตัวตนถาวรก่อน โดยสัตวแพทย์จะเป็นผู้ดำเนินการฝังและออก ใบรับรอง (แบบ คลส. 1) ให้เพื่อใช้เป็นหลักฐาน

ตัวอย่างแบบฟอร์ม คลส. 1 (ใบรับรอง) สำหรับสัตวแพทย์

หมายเหตุ: ภาพจำลองเพื่อประกอบบทความ อ้างอิงจากหน้า 9 ของราชกิจจานุเบกษา

ข่าวดีสำหรับชาว กทม.!

กรุงเทพมหานครมีหน่วยงานสัตวแพทย์ 8 แห่ง ที่เปิดให้บริการ ฝังไมโครชิปฟรี (รวมถึงบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าและทำหมันฟรี) แนะนำให้โทรสอบถามและจองคิวล่วงหน้าก่อนพาน้องไปนะครับ:

  1. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 1 สีพระยา (บางรัก) โทร. 0 2236 4055 ต่อ 213
  2. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 2 มีนบุรี โทร. 0 2914 5822
  3. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 3 วัดธาตุทอง (วัฒนา) โทร. 0 2392 9278
  4. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 4 บางเขน (จตุจักร) โทร. 0 2579 1342
  5. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 5 วัดหงส์รัตนาราม (บางกอกใหญ่) โทร. 0 2472 5895 ต่อ 109
  6. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 6 ช่วงนุชเนตร (จอมทอง) โทร. 0 2476 6493 ต่อ 1104
  7. คลินิกสัตวแพทย์ กทม. 7 บางกอกน้อย โทร. 0 2411 2432
  8. กลุ่มควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า (ดินแดง) โทร. 0 2245 3311
    (หมายเหตุ: ท่านยังสามารถใช้บริการที่สถานพยาบาลสัตว์เอกชนที่ได้รับอนุญาตทั่วไปได้เช่นกัน แต่อาจมีค่าใช้จ่ายตามอัตราของแต่ละแห่ง)

ขั้นตอนที่ 2: เตรียมเอกสารให้พร้อม

เมื่อได้ใบรับรองการฝังไมโครชิปมาแล้ว ให้เตรียมเอกสารสำหรับยื่นคำขอจดทะเบียน (แบบ คลส. 2) ดังนี้:

  • บัตรประจำตัวประชาชน ของเจ้าของสัตว์
  • ทะเบียนบ้าน ที่สัตว์เลี้ยงอาศัยอยู่
  • ใบรับรองการฝังไมโครชิป (แบบ คลส. 1) ที่ได้จากสัตวแพทย์
  • หนังสือรับรองการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (ต้องฉีดมาไม่เกิน 1 ปี)
  • หลักฐานอื่นๆ (ถ้ามี): เช่น หนังสือรับรองการทำหมัน, หนังสือยินยอมจากผู้ให้เช่า (กรณีเช่าที่พักอาศัย), หรือหนังสือมอบอำนาจกรณีให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน

ตัวอย่างแบบฟอร์ม คลส. 2 (แบบคำขอจดทะเบียน) สำหรับเจ้าของสัตว์เลี้ยง ในกรณีที่ต้องการยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย หรือ สำนักงานเขต เจ้าหน้าที่จะให้แบบฟอร์มดังตัวอย่างให้เจ้าของกรอกรายละเอียดคำร้อง

หมายเหตุ: ภาพจำลองเพื่อประกอบบทความ อ้างอิงจากหน้า 11 ของราชกิจจานุเบกษา

ขั้นตอนที่ 3: ยื่นจดทะเบียนและรับบัตรประจำตัว

นำเอกสารทั้งหมดตามขั้นตอนที่ 2 ไปยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย หรือ สำนักงานเขต หรือสามารถดำเนินการผ่าน ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กรุงเทพมหานครกำหนด
📍 จดทะเบียนสัตว์เลี้ยงออนไลน์ได้ที่ :
https://petregis.bangkok.go.th/

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารและความถูกต้องเรียบร้อยแล้ว ท่านจะได้รับ บัตรประจำตัวสุนัขและแมว (แบบ คลส. 3) ซึ่งถือเป็นเอกสารสำคัญที่ต้องใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่เมื่อพาน้องออกไปที่สาธารณะครับ

ตัวอย่างแบบฟอร์ม คลส. 3 (บัตรประจำตัว)

หมายเหตุ: ภาพจำลองเพื่อประกอบบทความ อ้างอิงจากหน้า 12 ของราชกิจจานุเบกษา

หากข้อมูลเปลี่ยน ต้องแจ้งให้ทราบ (การแก้ไขรายการทะเบียน)

ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการย้ายบ้าน การเปลี่ยนเจ้าของ หรือเหตุสุดวิสัยต่างๆ กฎหมายใหม่จึงกำหนดให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีหน้าที่ต้องแจ้งแก้ไขข้อมูลทะเบียนให้เป็นปัจจุบัน เพื่อประโยชน์ในการควบคุมโรคและการติดตาม โดยใช้ แบบคำขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ (แบบ คลส. 4) ในกรณีดังต่อไปนี้:

  • เปลี่ยนเจ้าของใหม่: หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการส่งมอบน้องให้กับเจ้าของคนใหม่ ต้องยื่นคำขอ ก่อน การส่งมอบ พร้อมแนบหลักฐานสำคัญ เช่น บัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง (คลส. 3), บัตรประชาชนเจ้าของใหม่, และทะเบียนบ้านที่อยู่ใหม่
  • ย้ายที่อยู่ / บัตรหาย / น้องกลับดาว (เสียชีวิต): กรณีเหล่านี้ต้องแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วัน นับจากวันที่เกิดเหตุ
  • กรณีสุนัขไปทำร้ายผู้อื่น: หากสุนัข (ที่ไม่ใช่สุนัขควบคุมพิเศษ) ไปกัดหรือทำร้ายผู้อื่น ต้องแจ้งเพื่อบันทึกประวัติความก้าวร้าวลงในระบบภายใน 3 วัน นับจากวันเกิดเหตุ

ตัวอย่างแบบฟอร์ม คลส. 4 (แบบคำขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ)

หมายเหตุ: ภาพจำลองเพื่อประกอบบทความ อ้างอิงจากหน้า 13-14 ของราชกิจจานุเบกษา

เลี้ยงเกินจำนวนอยู่แล้ว ต้องทำอย่างไร? 

สำหรับบ้านไหนที่มีสมาชิกสี่ขา “เกินโควตา” ที่กฎหมายใหม่กำหนดไว้ (เช่น ทาวน์เฮาส์ 20 ตารางวา แต่เลี้ยงน้องหมาไว้ 4 ตัว) ไม่ต้องกังวลและไม่ต้องหาบ้านใหม่ให้น้อง

กฎหมายมี บทเฉพาะกาล (ข้อ 32) เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ที่เลี้ยงมาก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ โดยท่านต้องดำเนินการดังนี้:

  • สิ่งที่ต้องทำ: ให้เจ้าของสัตว์แจ้งจำนวนสัตว์เลี้ยงที่มีอยู่ทั้งหมดต่อสำนักงานเขต หรือแจ้งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ แบบแจ้งการเลี้ยงหรือครอบครองสัตว์เกินกว่าจำนวนที่กำหนด (แบบ คลส. 5)
  • เงื่อนไขเวลา: ต้องดำเนินการแจ้งภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ข้อบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้

การแจ้งตามแบบ คลส. 5 นี้ จะเปรียบเสมือนการลงทะเบียนรับรองสิทธิ์ ให้ท่านสามารถเลี้ยงน้องๆ ชุดเดิมต่อไปได้ตามปกติจนกว่าน้องจะสิ้นอายุขัยครับ

ตัวอย่างแบบฟอร์ม คลส. 5 (แบบแจ้งการเลี้ยงเกินจำนวน)

หมายเหตุ: ภาพจำลองเพื่อประกอบบทความ อ้างอิงจากหน้า 15 ของราชกิจจานุเบกษา

ข้อกำหนดพิเศษสำหรับสุนัขดุร้าย

กฎหมายได้ระบุคำนิยามของ “สุนัขควบคุมพิเศษ” ซึ่งหมายถึงสุนัขสายพันธุ์ดุร้าย (เช่น พิทบูลเทอร์เรีย, บูลเทอร์เรีย, รอทไวเลอร์, ฟิล่าบราซิลเลียโร) หรือสุนัขที่มีประวัติทำร้ายคน โดยมีข้อบังคับเข้มงวด ดังนี้:

  • สถานที่เลี้ยง: ต้องมีกรงหรือสถานที่ที่บุคคลภายนอกเข้าไม่ถึง และต้องติดป้ายเตือนให้ชัดเจน
  • การพาออกนอกบ้าน: ต้องใส่อุปกรณ์ครอบปาก (ตะกร้อครอบปาก) และใช้สายจูงที่มั่นคงแข็งแรง โดยต้องจับสายจูงห่างจากคอสุนัขไม่เกิน 50 เซนติเมตร ตลอดเวลา
  • ผู้ควบคุม: ห้ามมิให้ผู้ที่มีอายุ ต่ำกว่า 15 ปี หรือเกินกว่า 65 ปี เป็นผู้นำสุนัขควบคุมพิเศษออกนอกสถานที่เลี้ยง เว้นแต่สุนัขจะอยู่ในกรงที่มิดชิด

บทสรุป

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครฉบับนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่คนเลี้ยงสัตว์ต้องเตรียมตัว ทั้งเรื่องการทำหมันเพื่อควบคุมประชากร การเตรียมเอกสารวัคซีน และการฝังไมโครชิป การปฏิบัติตามกฎหมายไม่เพียงแต่ช่วยให้เราไม่ต้องรับโทษ แต่ยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและช่วยให้น้องสัตว์เลี้ยงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกฎหมายสัตว์เลี้ยงฉบับใหม่ (ฉบับ กทม.)

Q: กฎหมายนี้บังคับใช้กับ “ต่างจังหวัด” ด้วยหรือไม่?

A: ไม่ครับ กฎหมายฉบับนี้เป็น “ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร” จึงมีผลบังคับใช้ เฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร เท่านั้น สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่อยู่ในจังหวัดอื่น การเลี้ยงสัตว์จะขึ้นอยู่กับ “เทศบัญญัติ” หรือ “ข้อบัญญัติ” ขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (เช่น เทศบาล หรือ อบต.) ในพื้นที่ที่ท่านอาศัยอยู่ ซึ่งอาจมีรายละเอียดแตกต่างกันไปครับ

Q: ถ้าเจ้าของเดิมอยู่ กทม. ต้องการยกน้องให้เจ้าของใหม่ที่อยู่ “ต่างจังหวัด” ต้องทำอย่างไร?

A: เจ้าของเดิม (ฝั่ง กทม.) มีหน้าที่ต้องแจ้งออกจากระบบทะเบียนของกรุงเทพฯ โดยยื่นเรื่อง “ขอเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญ” (แบบ คลส. 4) ต่อสำนักงานเขตหรือผ่านระบบออนไลน์

โดยต้องเตรียมเอกสารแนบ ดังนี้:

  1. บัตรประจำตัวสัตว์เลี้ยง (คลส. 3) ใบเดิม
  2. สำเนาบัตรประชาชนของ “เจ้าของคนใหม่”
  3. สำเนาทะเบียนบ้านของ “สถานที่เลี้ยงแห่งใหม่” (ทะเบียนบ้านที่ต่างจังหวัด)

เมื่อแจ้งย้ายออกเรียบร้อยแล้ว ข้อมูลของน้องก็จะพ้นจากระบบควบคุมของ กทม. ส่วนเจ้าของใหม่ที่อยู่ต่างจังหวัด แนะนำให้สอบถามเทศบาลปลายทางว่าต้องไปลงทะเบียนใหม่ตามกฎท้องถิ่นนั้นๆ หรือไม่ครับ

Q: ช่องทางลงทะเบียน “ออนไลน์” คือเว็บไหนหรือแอปฯ อะไร?

A: ทาสแมวและคนรักสุนัขสามารถดำเนินการจดทะเบียนสัตว์เลี้ยงผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ https://petregis.bangkok.go.th/ ซึ่งเป็นระบบของกรุงเทพมหานครครับ


อ้างอิงข้อมูลจาก:

  • ราชกิจจานุเบกษา: ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสัตว์ พ.ศ. ๒๕๖๗

ดูเพิ่มเติมและดาวน์โหลด: https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/55224.pdf