Blog
แมวขนร่วงเกิดจากอะไร? 4 วิธีดูแลให้แมวขนสวยและแก้ปัญหาขนร่วง
หนึ่งในปัญหาโลกแตกที่คนเลี้ยงแมวต้องเจอคือ “ขนแมว” ที่กระจายอยู่ทุกมุมบ้าน ไม่ว่าจะบนโซฟา เสื้อผ้า หรือแม้แต่ในจานข้าว การที่น้องมีขนร่วงถือเป็นเรื่องปกติทางธรรมชาติ แต่ในบางครั้งปริมาณขนที่ร่วงมากผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพที่ทาสหรือคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้จะพาไปหาสาเหตุและวิธีรับมือเพื่อให้บ้านกลับมาสะอาดน่าอยู่อีกครั้ง
สาเหตุหลักที่ทำให้น้องขนร่วง
โดยปกติแล้วน้องจะมีการผลัดขนเก่าทิ้งเพื่อสร้างขนใหม่ขึ้นมาทดแทน ซึ่งมักจะร่วงเยอะเป็นพิเศษในช่วงรอยต่อของฤดูกาลเพื่อปรับอุณหภูมิร่างกาย แต่หากสังเกตว่าน้องขนร่วงเยอะตลอดปี อาจเกิดจากปัจจัยเหล่านี้
- ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ: อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด หากน้องกินอาหารที่มีโปรตีนต่ำ หรือขาดกรดไขมันจำเป็นอย่าง โอเมก้า 3 และ 6 รากขนจะไม่แข็งแรง ขนจะหยาบกระด้างและหลุดร่วงง่าย
- ความเครียด: แมวเป็นสัตว์ที่ไวต่อความรู้สึกมาก การย้ายบ้าน มีสมาชิกใหม่ หรือแม้แต่เสียงดังรบกวน สามารถทำให้น้องเครียดจนเลียขนตัวเองมากเกินไปจนขนแหว่งหรือร่วงเป็นกระจุก
- ปัญหาสุขภาพผิวหนัง: เชื้อรา ไรฝุ่น หรือหมัด เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่ทำให้น้องคันและเกาจนขนร่วง นอกจากนี้อาการแพ้อาหารหรือแพ้แชมพูก็ส่งผลให้ผิวหนังอักเสบได้เช่นกัน
วิธีจัดการปัญหาและไอเทมตัวช่วยที่ควรมี
การแก้ปัญหาแมวขนร่วงต้องทำควบคู่กันทั้งการดูแลสุขภาพจากภายในและการจัดการสภาพแวดล้อมภายนอก ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ดู
1. หมั่นแปรงขนเป็นประจำทุกวัน
การแปรงขนช่วยลดปริมาณขนที่จะร่วงลงพื้นได้มากที่สุด การแปรงช่วยกำจัดขนที่ตายแล้วออกไปและกระตุ้นการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติที่ผิวหนัง
ควรเลือก “หวีแปรงขนแมว” ให้เหมาะกับลักษณะขน หากเป็นแมวขนสั้นอาจใช้ถุงมือลูบขน หรือหวีซี่ถี่ ส่วนแมวขนยาวควรใช้หวีสแตนเลส (Slicker Brush) ที่สามารถสางขนชั้นในที่พันกันออกได้
2. เปลี่ยนอาหารเป็นสูตรบำรุงขน
อาหารที่ดีคือยาที่ดีที่สุด ลองสังเกตฉลากข้างถุงอาหารว่ามีส่วนผสมของ Zinc (สังกะสี) และ Biotin หรือไม่ เพราะสารอาหารเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของรากขน
เลือก “อาหารแมวเกรดโฮลิสติก (Holistic)” หรือสูตร Skin & Coat โดยเฉพาะ หรืออาจเสริมด้วย “น้ำมันปลา (Fish Oil)” หรือขนมแมวเลียที่มีส่วนผสมของวิตามินบำรุงขน ผสมในมื้ออาหารเพื่อช่วยให้ขนเงางามและลดการหลุดร่วง
3. ดูแลเรื่องความสะอาดและการอาบน้ำ
แม้แมวจะรักสะอาด แต่การอาบน้ำเดือนละ 1-2 ครั้งจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกและขนที่ตายแล้วออกไปได้มาก แต่ข้อควรระวังคือห้ามใช้แชมพูของคนเด็ดขาด เพราะค่า pH ไม่เหมาะสม
ใช้ “แชมพูสูตรออร์แกนิก” หรือสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย เพื่อไม่ให้ผิวหนังแห้งตึงจนเกิดรังแคซึ่งเป็นสาเหตุให้ขนร่วงเพิ่มขึ้น
4. จัดการขนในบ้านด้วยอุปกรณ์ทุ่นแรง
เมื่อดูแลที่ตัวน้องแล้ว ก็ต้องจัดการกับขนที่ปลิวว่อนในบ้านด้วย การกวาดพื้นแบบธรรมดาอาจทำให้ขนฟุ้งกระจายมากกว่าเดิม
ควรมี “ลูกกลิ้งเก็บขน (Lint Roller)” ติดไว้สำหรับกลิ้งบนเสื้อผ้าก่อนออกจากบ้าน และใช้ “เครื่องดูดฝุ่น” หรือหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่แรงดูดสูงในการทำความสะอาดพื้นแทนไม้กวาด
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
แม้การผลัดขนจะเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรรีบพาน้องไปพบสัตวแพทย์ทันที
- มีรอยแหว่งเป็นวงกลม หรือขนร่วงจนเห็นผิวหนังชัดเจน (Alopecia)
- ผิวหนังมีรอยแดง ผื่นคัน มีสะเก็ด หรือมีกลิ่นเหม็น
- น้องมีพฤติกรรมเกาหรือกัดผิวหนังบริเวณเดิมซ้ำ ๆ จนเป็นแผล
- มีอาการซึม เบื่ออาหาร หรือน้ำหนักลดร่วมด้วย
การดูแลเอาใจใส่เรื่องสุขภาพขนไม่เพียงแต่ช่วยให้บ้านสะอาดขึ้น แต่ยังทำให้น้องมีสุขภาพจิตที่ดีและมีความสุขในการใช้ชีวิตร่วมกับทาสในทุก ๆ วัน
หมวดหมู่
- ข่าวสารประชาสัมพันธ์ (20)
- แมว (52)
- พฤติกรรมแมว (21)
- รีวิวของใช้แมว (4)
- สุขภาพแมว (27)