Cat Breed

แมวเอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์ (Exotic Shorthair)

ORIGIN US, 1960s
WEIGHT 8–15lb (3.5–7kg)
GROOMING 2–3 times a week
COLORS Almost all colors and patterns.
REGISTRIES CFA, FIFe, GCCF, TICA

เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์ (Exotic Shorthair) เป็นสายพันธุ์แมวที่ได้รับการพัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษที่ 1960 โดยเกิดจากความตั้งใจที่จะปรับปรุงลักษณะขนของแมวอเมริกัน ชอร์ตแฮร์ ให้มีความสวยงามยิ่งขึ้นผ่านการผสมข้ามสายพันธุ์กับแมวเปอร์เซีย ผลลัพธ์ที่ได้คือน้องแมวที่มีรูปลักษณ์กลมป้อมน่ารักเหมือนตุ๊กตาหมี จนได้รับฉายาว่าเป็น “The Teddy Bear Cat”

เอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าหมีขนสั้น

ลักษณะเด่นที่ทำให้ทุกคนจดจำน้องได้ทันทีคือโครงสร้างร่างกายที่ดู “กลม” ไปทุกส่วน ตั้งแต่หัวทรงกลมขนาดใหญ่ แก้มอิ่ม เอวกลม และดวงตากลมโตที่ดูสดใส น้องมีจมูกหักเล็กน้อย (Snub nose) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับถ่ายทอดมาจากแมวเปอร์เซีย

สิ่งที่ทำให้น้องแตกต่างจากแมวขนสั้นทั่วไปอย่างชัดเจนคือ “เส้นขน” น้องมีขนสองชั้น (Double coat) ที่มีความหนาแน่นและนุ่มฟูเป็นพิเศษ ขนชั้นในที่ยาวและละเอียดจะทำหน้าที่ดันขนชั้นนอกให้ตั้งฟูขึ้นจากลำตัว ทำให้เวลาสัมผัสจะรู้สึกนุ่มหยุ่นเหมือนกำลังกอดตุ๊กตาผ้าขนหนูที่มีชีวิต

เปอร์เซียในเวอร์ชันดูแลง่าย

ในวงการคนรักแมว น้องมักถูกเรียกด้วยความเอ็นดูว่าเป็น “แมวเปอร์เซียสำหรับคนขี้เกียจ” (The lazy man’s Persian) เนื่องจากน้องมีนิสัยที่ถอดแบบมาจากแมวเปอร์เซียเป๊ะๆ คือ รักความสงบ สุขุม และอ่อนโยน แต่มาในรูปแบบขนสั้นที่ดูแลรักษาง่ายกว่ามาก

น้องเป็นแมวที่เงียบและแทบจะไม่ส่งเสียงร้องรบกวน น้องชอบที่จะสื่อสารด้วยสายตามากกว่าการส่งเสียง โดยมักจะมานั่งจ้องหน้าทุกคนนิ่งๆ เพื่อบอกว่า “กอดหนูหน่อย” หรือ “เล่นกับหนูหน่อย” น้องมีความสุขกับการได้อยู่ใกล้ชิดกับทุกคนในครอบครัว และเป็นสัตว์เลี้ยงที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเลี้ยงในระบบปิด

การดูแลและข้อควรระวัง

แม้จะได้ชื่อว่าดูแลง่ายกว่าแมวขนยาว แต่ด้วยความที่ขนของน้องมีความหนาแน่นมาก การแปรงขนสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จึงยังเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกำจัดขนตายและป้องกันไม่ให้ขนชั้นในจับตัวเป็นก้อน นอกจากนี้ ควรหมั่นทำความสะอาดบริเวณใบหน้าและรอบดวงตาให้น้องอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันคราบน้ำตาและรักษาสุขอนามัยที่ดี


แหล่งอ้างอิงข้อมูล

DK Publishing. (2014). The Cat Encyclopedia: The Definitive Visual Guide (p. 73). New York: DK Publishing.