Blog
7 กลิ่นที่แมวเกลียด ทาสต้องรู้ไว้ก่อนโดนเมิน
เคยสงสัยไหมว่าทำไมบางครั้งน้องถึงเดินหนีเวลาเราเข้าไปกอด หรือทำท่าทางฟุดฟิดจมูกแล้ววิ่งไปหลบมุมห้อง ทั้งที่เราก็อาบน้ำตัวหอมฉุย? ความจริงแล้ว “ความหอม” ของเราอาจเป็น “ความเหม็น” สำหรับน้องก็ได้ครับ
จมูกของน้องมีประสาทรับกลิ่นที่ไวกว่ามนุษย์ถึง 14 เท่า กลิ่นบางอย่างที่เราไม่ได้กลิ่น หรือกลิ่นที่เรารู้สึกสดชื่น อาจจะรุนแรงจนทำให้น้องเวียนหัว เครียด หรือถึงขั้นป่วยได้ บทความนี้จะพาไปเช็ก 7 กลิ่นต้องห้ามที่ทาสควรหลีกเลี่ยง พร้อมวิธีจัดการกลิ่นในบ้านให้ถูกใจทั้งคนและแมว
1. ผลไม้ตระกูลส้มและมะนาว
กลิ่นเปรี้ยวจี๊ดของส้ม มะนาว เลมอน หรือเกรปฟรุต เป็นศัตรูอันดับหนึ่งของจมูกน้อง น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในเปลือกผลไม้เหล่านี้มีความรุนแรงมากสำหรับระบบทางเดินหายใจของน้อง ทาสหลายคนจึงมักนำเปลือกส้มไปวางไว้ตามจุดที่ไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่ง แต่ถ้าเอามาใช้ในบ้านมากเกินไป อาจทำให้น้องเครียดโดยไม่รู้ตัว
2. กลิ่นกระบะทรายที่หมักหมม
นี่คือกลิ่นที่น้องเกลียดที่สุดและส่งผลต่อพฤติกรรมมากที่สุด! แมวเป็นสัตว์รักความสะอาดมาก หากกระบะทรายมีกลิ่นอึหรือฉี่ค้างอยู่นานๆ น้องจะรู้สึกรังเกียจและไม่อยากเข้าไปใช้งาน จนนำไปสู่ปัญหาการขับถ่ายนอกกระบะทราย หรืออั้นฉี่จนเป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ
การเลือกใช้ “ทรายแมวภูเขาไฟ” หรือ “ทรายเต้าหู้เกรดพรีเมียม” ที่มีคุณสมบัติจับตัวเป็นก้อนไวและเก็บกลิ่นได้ดีเยี่ยม การตักทรายทิ้งเช้า-เย็นเป็นประจำจะช่วยลดปัญหานี้ได้ หรือถ้าทาสไม่มีเวลา การลงทุนกับ “ห้องน้ำแมวอัตโนมัติ” ก็เป็นทางออกที่จบปัญหาเรื่องกลิ่นรบกวนได้ชะงัด
3. น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนีย
ข้อนี้ทาสมือใหม่พลาดกันบ่อยมาก เพราะกลิ่นฉุนของ “แอมโมเนีย” ในน้ำยาถูพื้นหรือน้ำยาเช็ดกระจก มีความคล้ายคลึงกับกลิ่นฉี่ของแมวอย่างมาก เมื่อเรานำไปเช็ดทำความสะอาดบริเวณที่น้องทำเลอะ น้องจะเข้าใจผิดว่าตรงนั้นคือห้องน้ำ และจะกลับมาฉี่ซ้ำที่เดิมเพื่อกลบกลิ่น
ควรเปลี่ยนมาใช้ “น้ำยาทำความสะอาดสำหรับสัตว์เลี้ยง (Pet-Safe)” โดยเฉพาะ หรือใช้ “สเปรย์กำจัดกลิ่นสูตรเอนไซม์” ที่สามารถย่อยสลายเชื้อแบคทีเรียต้นตอของกลิ่นฉี่ได้จริง แทนการใช้สารเคมีแรงๆ กลบกลิ่น
4. พริกและเครื่องเทศฉุนๆ
กลิ่นฉุนของพริกไทย พริกป่น กระเทียม หรือเครื่องแกงต่างๆ ทำให้จมูกของน้องระคายเคืองจนแสบได้ หากน้องเผลอสูดดมเข้าไปใกล้ๆ อาจทำให้จามไม่หยุด น้ำตาไหล หรือหายใจติดขัด
5. น้ำมันหอมระเหยและพิมเสน
ยาดม ยาหม่อง น้ำมันยูคาลิปตัส หรือเมนทอล ที่ทาสใช้ดมแก้วิงเวียน สำหรับน้องแล้วกลิ่นพวกนี้เป็นพิษร้ายแรง โดยเฉพาะน้ำมันหอมระเหยบางชนิดอย่าง Tea Tree Oil หรือ Peppermint หากน้องสูดดมหรือสัมผัสโดนผิวหนัง อาจส่งผลกระทบต่อตับและระบบประสาทได้
6. กลิ่นควันบุหรี่
ควันบุหรี่ไม่เพียงแต่เหม็นติดขน แต่งานวิจัยยืนยันว่าแมวที่อยู่ในบ้านที่มีคนสูบบุหรี่ มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองและมะเร็งช่องปากสูงกว่าแมวทั่วไปหลายเท่า เพราะสารพิษจะตกค้างอยู่บนขน และเมื่อน้องเลียขนตัวเองก็จะได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายโดยตรง
7. น้ำหอมฉีดตัวที่รุนแรงเกินไป
เวลาทาสจะออกไปข้างนอกแล้วฉีดน้ำหอมจัดเต็ม แนะนำว่าอย่าเพิ่งรีบไปกอดหรือหอมน้อง เพราะกลิ่นน้ำหอมที่รุนแรงจะไปกลบ “กลิ่นเฉพาะตัว” ที่น้องคุ้นเคย ทำให้น้องจำกลิ่นเจ้าของไม่ได้ชั่วขณะ และอาจรู้สึกไม่ปลอดภัยที่จะเข้าใกล้
สรุป จัดการกลิ่นอย่างไร
การดูแลเรื่องกลิ่นในบ้านที่มีแมว ไม่ใช่แค่การกำจัดกลิ่นเหม็น แต่ต้องระวังไม่ให้มีกลิ่นหอมที่รุนแรงเกินไปจนทำร้ายน้องด้วย
Checklist สินค้าติดบ้านเพื่ออากาศที่ดีของน้อง:
- สเปรย์ดับกลิ่นสูตรธรรมชาติ: เลือกที่ไม่มีแอลกอฮอล์และน้ำหอมสังเคราะห์ เอาไว้ฉีดกระบะทรายหรือที่นอน
- เครื่องฟอกอากาศ: ช่วยกรองฝุ่น ขน และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้โดยไม่ต้องใช้น้ำหอมกลบ
- ทรายแมวเก็บกลิ่น: ลงทุนกับทรายคุณภาพดี ช่วยลดภาระการทำความสะอาดและทำให้น้องสุขภาพจิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่อง “กลิ่น” จะช่วยลดความเครียดให้น้องได้มหาศาล และทำให้บ้านของเราเป็น Safe Zone ที่น้องอยากอยู่ใกล้ๆ คุณพ่อคุณแม่ตลอดเวลาครับ
หมวดหมู่
- ข่าวสารประชาสัมพันธ์ (20)
- แมว (52)
- พฤติกรรมแมว (21)
- รีวิวของใช้แมว (4)
- สุขภาพแมว (27)